บทชีวิต ตอน วงจรชีวิต โดย ผ้าอ้อม
ตอนเด็กเกิดมาใหม่ๆพอมาลองคิดดูกันเล่นๆว่า เกิดมาปุ๊บนี่พูดไม่ได้เลย แค่ลืมตายังลำบากเลย
+ช่วงวันแรกๆต่อมาก็ได้แต่นอนบนเตียงทำตาปริบๆ ฟันก็ไม่มี กินได้แต่น้ำกับนม
+พอต่อมาก็เริ่มกินอาหารบดได้ ทำเสียงอ้อแอ้ๆ แต่พูดไม่ได้อยากได้อะไรก็บอกไม่ได้
ไม่ได้ดั่งใจ ก็ร้องไห้อย่างเดียว
+ผ่านมาสักพัก เริ่มฝึกพูดพอได้คำแรกสองคำแรกนี่ที่บ้านก็ดีใจพาฉลองกันใหญ่
+ต่อมาก็เริ่มคลานเริ่มตั้งไข่จะเดินละ ช่วงนี้ใช้การคลานดึ๊บๆไปก่อน
ถึงผนังก็พยายามประคองตัวเองถูๆไถๆให้ยืนขึ้นได้ ก็เริ่มเดินเลียบผนังไปไม่ให้ล้ม
+สักพักก็เริ่มพูดได้เก่งขึ้น อยากได้อะไรก็บอกได้ ลอกเลียนแบบคนรอบตัว
มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง
+ได้เข้าเรียน ทำงาน มีครอบครัว ออกไปมีชีวิตของตัวเอง
เมื่อเวลาผ่านไป.........
เดินมาจนถึงเวลาที่เข้าสู่วัยชรา ทุกอย่างมองย้อนขึ้นไปจากบรรทัดสุดท้าย กลับไปสู้เตียงได้แต่มองตาปริบๆ นี่แหละชีวิต ถ้าใครได้มีชีวิตอยู่จนถึงแก่ก็ไม่พ้นจะประสบภาวะนี้เช่นกัน นอกเสียจากว่าออกกำลังกายดี สุขภาพแข็งแรง พอถึงเวลาไปก็หลับไปเฉยๆก็มี แบบนี้ไม่ต้องทุกทรมานอะไรเลย คนไทยเขาว่าคนมีบุญกัน ไม่เจ็บไม่ทุกข์ไม่ทรมาน
พอได้อ่านย้อนขึ้นไปตาม+ แล้วบางทีก็น่าใจหาย มันจะไม่เหมือนกันตรงที่ คนเราเกิดมามีผู้ใหญ่คอยประคับประคอง หาข้าวหาน้ำให้เวลาหิว เวลาฉี่เวลาถ่ายก็มีคนคอยเปลี่ยนให้ คือเป็นช่วงวัยที่จะเป็นผู้ได้รับ แต่พอแก่นี่แทบจะต้องลุ้นว่ามีลูกหลานดีมั้ยคอยมาทำแบบนี้ให้มั้ย ถ้าไม่มีก็ดูว่ามีเงินจ้างคนมาทำให้มั้ย แล้วแต่บุญกรรมทำหันมาเลยทีเดียว บางคนลูกๆเขาไม่เอาแล้ว เพราะพ่อแม่พูดไม่รู้เรื่อง อ้อแอ้ๆเดินก็ช้าเหมือนคนเริ่มหัดเดิน ลูกๆก็รำคาญ เอาไปบ้านพักคนชราเสียเลย ดูแล้วก็น่าใจหาย
วันที่พ่อแม่โอบอุ้มเรา ป้อนข้าว สอนให้เราเดิน อึมาก็ล้าง ฉี่ใส่หน้าพ่อแม่ยังหัวเราะสนุกสนาน แต่พอถึงวันที่ท่านต้องกลับมาเป็นเราบ้าง กลับทำให้ท่านไม่ได้ อ้างสารพัดเหตุ ไม่มีเวลาบ้าง ติดงานอะไรก็ว่ากันไปเรื่องราวชีวิตคนเรามันก็เหมือนวงกลม มีผู้ให้มีผู้รับ ผู้ที่เคยรับต้องรู้จักเป็นผู้ให้ คนก็หมุนเหมือนโลก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น