วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน ทิ้งตอนท้อง

บทชีวิต ตอน ทิ้งตอนท้อง

ขออนุญาติอ้างอิงข้อความบางข้อความจากเวบต่างๆนะคะ

ฉันถูกผู้ชายทิ้งค่ะ แต่ดีขึ้นหลังจากที่ได้รู้ว่าความเจ็บของเรามันแค่อนุบาลและขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ผ่านชีวิตความเจ็บปวดจากความรักด้วยนะคะ

ผู้ชายที่ทิ้งฉันไป....เราวางแผนอนาคตร่วมกันไปแล้วครึ่งหนึ่งแต่สุดท้ายมันก็แค่นั้น วันที่เขาเก็บของออกไป ฉันได้แต่ยืนน้ำตาไหลอย่างเดียวที่หน้าประตู"โชคดีนะคะ ไปตามทางที่คุณต้องการทางที่จะทำให้คุณมีความสุข ขอให้เดินทางปลอดภัย" ตอนนั้นจะโทษเขาก็ไม่ได้เพราะเมื่อเราอยู่กันไป ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนใจตามเวลาหากไม่มั่นคง ฉันว่าไม่มีใครเป็นคนไม่ดีแค่เขามีเหตุผลและไม่พร้อมจะหยุดกับเราแค่ตรงนี้เท่านั้นเอง 1 อาทิตย์ก่อนเลิกลา ฉันถามเขาในเวลาที่เขาไปนั่งกินเหล้าและเที่ยวกับเพื่อนไม่กลับบ้านหลายวันแล้วว่า คุณพร้อมจะเป็นพ่อคนมั้ย เขาบอกว่าทำไมเหรอพร้อมสิ ฉันก็จบประโยคแค่นั้น...มาวันนี้เขาบอกลาสั้นๆว่าเขาไม่พร้อมจะมีครอบครัว ไม่พร้อมจะอยู่บ้านนอก เขาอยากอยู่กับเพื่อนและมีเพลงมีเบียร์ดีๆให้เขากิน ฉันฟังแค่นั้นก็ยอมรับทุกสิ่งไม่มีคำพูดใดๆจะพูดกันต่อไป มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเท่านั้นเอง ไปเถอะ... (ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจว่าท้องหรือไม่เพราะประจำเดือนขาด แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด^^)หากฉันท้องก็พร้อมจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพราะมันเกิดจากความรักที่ฉันมี

ต่อไปเป็นข้อความของหลายคนที่ทำให้ฉันเข้าใจชีวิตขึ้นอีกมากมาย....ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง
Single mom


คบกับแฟนมา8ปี รักกันมาก เขายากมีลูกกับเรามาก แต่เราไม่ยากมีเพราะเป็นน้อยเขา แต่วันหนึ่งพลาดท้องขึ้นมา ก็บอกเขา แต่ผลที่ตอบกลับมาเขาก็ทิ้งเราไป โดยไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว แล้วเขาก็เปลื่ยนเบอร์หนีด้วย ผู้ชายเลวแบบนี้ทุกคนเลยรึ ไม่รู้จะทำยังไงดี ติดต่อเขาไม่ได้เลย เจ็บเกินจะบรรยาย ตอนนี้ก็ท้อง 5 เดือนแล้ว แต่ก็จะสู้เพื่อลูก จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อเจ้าตัวน้อยในวันข้างหน้า


ต้องขอบคุณผู้ชายเลว  ที่ทิ้งเราในวันนี้  เพื่อโลกที่สุดใสกว่าในวันข้างหน้า  เดินไปเถอะคุณผู้หญิงเราอยู่ด้วยตัวเอง
เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนเ่ก่งและแกร่ง กว่าผู้ชาย  เราขอบเป็นกำลังใจให้ซิงเกิ้ลทุกคนผ่านอุปสรรคทุกสิ่งทุกอย่าง
ไปได้ในเร็ววัน 


ไว้อาลัยไห่ผู้ชาย ขอบคุณที่ทิ้งกันไปนะคะ ผู้ชายคนนั้นทิ้งเราไปตั้งแต่เราท้อง 3 เดือน เราเคยบอกผู้ชายคนนั้นว่าเราท้องนะ แต่ผู้ชายคนนั้นว่าเราท้องกับคนอื่น ตอนนั้นเราเสียไจมากเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่พอมานึกอีกทีว่่าเรากำลังจะมีน้อง เราก็กลับมาเป็นคนสดใสเหมือนเดิม ทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมถึงเราจะไม่มีผู้ชายคนนั้นเราก็เลี้ยงลูกของเราได่ไม่เห็นต้องเสียใจ ตอนนี้น้องอายุ 1ปี กับ 2เดือนแร่วนะคะ 


ส่วนเรา แต่งงานอยู่กับแฟน มา 4 ปี รักกันดีทุกอย่าง พอเราตกลงกันว่าอยากมีลูกที่น่ารักๆปัญหาก็เกิด เรากำหนดคลอด วันที่ 15 เมษา 54 ที่ผ่านมา แฟนเรา เสีย วันที่ 31 มีนา 54 ยังไม่เห็นน่าแฟนเลย มันคงไม่มีใครโชคร้ายเท่าเราแล้ว .......สู้สุดๆๆ ทุกวันนี้เลี้ยงลูกเอง กลับมาอยู่บ้านเกิดตัวเองแล้ว

แฟนของเราเค้ากลับไปหาแฟนเก่า ก่อนที่เราจะรู้ว่าท้อง ถึงตอนนี้เราเองไม่รู้จะทำยังไงเลย ได้แต่สงสารลูกที่เกิดมาคงไม่มีพ่อเหมือนเด็กหลายๆคน ตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่า ลูกคือสิ่งวิเศษคือของขวัญที่ได้จากความรักที่เรามีให้พ่อของเค้า ถึงพ่อของเค้าจะไม่มาสนใจ


-เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังเจอปัญหาสามีไม่รับผิดชอบชีวิตลูกเมีย  กินแต่เหล้า  ติดเพื่อน เงินทุกบาททุกสตางค์แทนที่จะเก็บไว้ให้ลูกแต่กลับเลี้ยงเพื่อนที่เป็นแค่เพื่อนกิน  ยามมีเงินพวกเขาจะคิดถึง  แต่ยามจนแม้แต่หน้าพวกนั้นก็ยังไม่มอง  และสามีก็ดีงามกับพวกเพื่อนที่เป็นภาพลวงตา  เราคิดผิดที่เลือกผู้ชายคนนี้  เพราะเราไปเห็นอนาคตของมันแล้วคือ  พ่อสามีก็ติดเหล้าไม่ทำมาหากินปล่อยให้ลูกเมียอยู่แบบอดอยาก  และสามีฉันมีพฤติกรรมส่อแววอยู่แล้ว ฉะนั้นฟันธงเป็นเหมือนพ่อแน่นอน..ฉันไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนั้น  ถ้าเลิกกันไปลูกจะมีปมด้อย  แต่ทำยังได้มีพ่อที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเด็กมันย่อมซึมซับ  ฉันเชื่อว่าฉันเลี้ยงลูกฉันได้โดยที่ไม่ต้องแคร์ผู้ชายแบบนั้น...เพราะขืนอยู่ไปก็ไม่มีอนาคต  มองไม่เห็นเลย....

เราก็เป็น Single mom คะ สามิทิ้งตั้งแต่น้องอยู่ในท้องได้ 5 เดือนแล้ว อยู่คนเดียวคลอดลูกคนเดียว ตอนนี้คลอดน้องแล้วและน้องก็อายุได้ 5 เดือนแล้ว เป็นเด็กน่ารักมากคะ (ลูกครึ่งอังกฤษ) คุณแม่ single mom คนอื่นๆ อย่าท้อนะคะ พอเราเห็นหน้าเค้าแล้วเราจะมีพลังคะ ตอนนี้ก็ตกงาน หมดทุกอย่างเลย น้ำก็ท่วมบ้าน ปวดหัวมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้คะ เพื่อชีวิตน้อยๆ สู้ๆ คะ


ฉันก็เป็นอีกคนนึงที่ต้องเลี้ยงลูกคนนเรา บางครั้งก้แอบน้อยใจชีวิต แต่ฉันกำลังต้องทำใจให้เข้มแข็งเพื่อที่จะไม่ไห้เค้ากลับมาอีกมันทุกข์แสนสาหัสเหลือเกิน กับคำว่าท้องไม่มีพ่อมันเหมือนน้ำท่วมปากพูดก้ได้ไม่เต็มที่ แต่ต้องทนรับถ้าหากเราผ่านช่วงที่ลำบากมาแร้วมันก้สบายมาก ลูกคนเดี่ยวเลี้ยง ได้ แต่ขั้นตอนนนี้สิ ปาดน้ำตาไม่รู้กี่ครั้งใน 1 วัน

เรากับแฟนอยู่กันคนละประเทศค่ะ  ก่อนหน้าที่รู้ว่าจะท้อง ได้วางแผนกับแฟนชาวอังกฤษว่าจะไปแต่งงาน แล้วอยุ่ด้วยกันที่โน้นด้วยกัน  อีกไม่กี่อาทิตย์ ก้รู้ว่าตัวเองท้องได้4เดือน ตอนแรกแฟนก้บอกว่าไม่ต้องกังวนอะไรยังงัยเราก้ต้องได้อยู่ด้วยกัน  จนกระทั่งเราท้องได้ึ7เดือนความรู้สึกของเค้าที่มีต่อเรามันเปลี่ยนไป เค้าหาเรื่องทะเลาะกับเราบ่อยขึ้น ไม่รู้จะทำยังงัยได้แต่ร้องไห้ แล้วกล่าวคำว่าขอโทษเค้าอยู่เสมอ ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์เค้าก้หายไป เราก้ได้แต่ร้องไห้อยู่คนเดียว จนวันสุดท้ายที่เราจะคลอดก้ยังคงร้องไห้อยู่  ตอนนี้ก้ยังลืมเค้าไม่ได้เพราะรักเค้ามาก แต่มันไม่ใช่ความรักอีกต่อไปแล้ว  ตอนนี้ความรักของเราทั้งหมดอยู่ที่ลูกคนเดียว  ตอนนี้น้องอายุได้ 4 เดือนแล้วค่ะ

สามีต่อให้รักมากแค่ไหน สุดท้ายเลิกกันไป ก็กลายเป็นคนอื่น ส่วนลูก ต่อให้นานแค่ไหน ลูกก้อยังเป็นลูกของเรา เป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตเรานะคะ คิดถึงลูกให้มากๆ

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน รู้หน้า...ไม่รู้ใจ

บทชีวิต ตอน รู้หน้าไม่รู้ใจ  โดย ผ้าอ้อม

ประสบการณ์ของข้าพเจ้าสอนให้รู้ว่าคนเรา "รู้หน้า...ไม่รู้ใจ"

ใครจะรู้....หน้าสวยหล่อแต่งตัวดีพูดจาไพเราะจะเป็นโจร คนร้าย นักต้มตุ๋น ฯลฯ

ใครจะรู้....อาจารย์ พระ คนในเครื่องแบบ จะทำร้ายคนอื่นมีใจอำมหิตได้

ใครจะรู้....ผู้ชายสุภาพ น่ารัก เอาใจเก่ง จะเตะแฟนสาวติดผนัง ซ้อมยับเยิน

ใครจะรู้....ผู้ดีไฮโซ ใช้ของแบรนด์เนม อาจจะมีหนี้สินเป็นล้านๆ

ใครจะรู้....คนขอทาน มีเงินฝากในธนาครเป็นล้าน

ใครจะรู้....หน้าตาดูโง่ๆแต่เป็นดอกเตอร์

ใครจะรู้....จิตใจของคนนั้น กำลังคิดอะไร!

เวลา...จะช่วยให้คุณดูคน อย่าตัดสินคนภายนอกและอย่าพึ่งปักใจเชื่อสิ่งที่พึ่งเห็น

ใช้ตา....มอง
ใช้หู....ฟัง
ใช้สติ...พิจารณา

ความผิดพลาดจึงจะเกิดขึ้นน้อยที่สุดและเมื่อคุณผิดพลาดคุณจะแกรงขึ้นไปอีกขั้นของชีวิต


วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน หนังสือชีวิต

บทชีวิต ตอน หนังสือชีวิต โดย ผ้าอ้อม

            ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนบนโลกนี้ช่างแตกต่างกัน จะมีที่คล้ายกันหรือใกล้เคียงก็เพียงบางเรื่อง คน 1คนมีหนังสือชีวิต คนละ 1เล่ม เอาไว้เขียนบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ผ่านความทรงจำ บางคนนำมาเผยแพร่ บางคนก็เก็บไว้เป็นความลับ ไม่ต้องการให้ใครอ่าน

เมื่อเราโตขึ้นจะได้รู้จักคนมากขึ้น จากที่เรียน ที่ทำงาน เพื่อนบ้าน จากแหล่งท่องเที่ยว.....
คนมีนิสัยต่างกัน หลากหลายรูปแบบ ดีจริงๆ ไม่ดีเลย ดีต่อหน้าไม่ดีลับหลัง เยอะแยะมากมายต้องเลือกดู เหมือนดูละครที่แต่ละคนต่างก็มีบทบาทเป็นของตัวเอง โลกชีวิตจริงก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน

แน่นอนคนเราต้องเลือกคบคนให้เหมาะกับตัวเอง เหมือนเราเข้าห้องสมุด ต้องเดินไปหาหมวดที่เราสนใจก่อน เพื่อเลือกอ่านบางเล่มเท่านั้น คงมีน้อยคนที่เหมาเอาทุกคนที่เจอเป็นเพื่อนเสียหมด เพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้อง วัยเดียวกัน คนรวย คนจน นักปราชญ์หรือขี้เมา ล้วนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ลองเปิดอ่านลองฟังและศึกษาชีวิตผู้คน มันเป็นการเรียนประสบการณ์ทางลัดที่เราแทบไม่ต้องเสียเวลาไปพิสูจน์เอง

            ข้าพเจ้าได้คุยกับคนแปลกหน้าเสมอ ในเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว ชีวิตผู้คนเหล่านั้นน่าสนใจ บางคนก็เป็นคนท้องถิ่นหรือนักเดินทาง  พวกเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ภาษา ฯลฯ เมื่อเราเจอเพื่อนที่ดีเจอหนังสือที่ดี   ช่างเป็นเรื่องที่มีความสุขที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ   ข้าพเจ้าว่าคนเราเลือกได้ว่าจะยืนตรงจุดไหนของชีวิต อยู่ที่ทัศนะคติการมองโลก  เมื่อเรามีทัศนะคติดีมองโลกด้านบวก แม้ว่าจะเกิดปัญหาอุปสรรคใดๆเข้ามากระทบกระเทือนก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี แต่หากใช้ชีวิตคิดในแง่ลบ ข้าพเจ้าเชื่อว่า ถึงผู้นั้นจะมีการงานเงินทองทุกสิ่งแล้ว ชีวิตคงยังเป็นทุกข์อยู่ดี ดังนั้น การดำเนินชีวิต ต้องใช้หัวใจและสมองเดินไปพร้อมๆกัน

หนังสือบางเล่มปกเก่ามากแต่ข้างในกลับแต่คุณภาพ บางเล่มปกสวยงามแต่ไม่มีอะไรที่เป็นสาระด้านในเลย หรือปกสวยด้านในดีมีคุณภาพก็มีมากมาย ไม่มีใครู้ว่าข้างในหนังสือมีอะไรนอกจากเราเปิดอ่านก่อน บางเล่มเกริ่นนำมาดีโฆษณาไว้ปกหลัง แต่พออ่านแล้วกลับมีดีแค่นั้นเอง จงหาเล่มที่เหมาะกับเราแล้วค่อยๆอ่าน อย่าตัดสินคนภายนอกเหมือนหน้าปกหนังสือ อย่ามองว่าหนังสือราคาแพงจะมีสาระดีกว่าเล่มอื่นๆ




วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก..ของชาวไทย

บทชีวิต ตอน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก..ของชาวไทย โดย ผ้าอ้อม

พอจะย้อนกลับมาคิดถึงคนไทย ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปช้าๆ ยังทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะมาก คนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน วัฒนธรรมเปลี่ยน ?

เมื่อก่อนที่ปู่ย่าตายายเล่าสู่กันมาและที่ข้าพเจ้าเกิดมาทันก็ยังเห็นว่า ทุกคนอายุมาก รูปร่างหน้าตาก็เปลี่ยนไป ผมสีดำกลายเป็นสีดอกเลาขาวโพลนสวยงามแบบธรรมชาติมอบให้ สมัยเด็กทุกๆวันหยุดข้าพเจาจะไปหาย่าทวดปู่ทวดตำหมากให้ทั้งสองเคี้ยวเล่นเพลินๆ ท่านแข็งแรงดีมากทั้งที่อายุก็90กว่าปีแล้ว ยังนั่งคุยยิ้มสนุกสนาน หูดี ฟังรู้เรื่อง ตาดี มองเห็นดีแม้จะต้องใส่แว่นตาช่วยบ้าง สมองก็ยังจำได้อย่างดีว่าใครเป็นใคร ไม่มีโรคภัย สุขภาพแข็งแรง คงเป็นเพราะกินของดี ของดีในที่นี้คือ ผักผลไม้ปลูกเองในสวน อยากเอามาทำอาหารทำขนมก็ไปเก็บกันมาแต่พอใช้ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เอาไว้กินไข่ มีสระน้ำหลังบ้านเผื่อมื้อไหนอยากกินปลา น้ำพริกทำเองกินง่ายๆกับผักลวกแค่นี้ก็อิ่มไป1มื้อกันแล้ว เมนูสุขภาพกันจริงๆ อะไรที่ขาดเราไม่มีเราก็ไปซื้อตลาดเอาง่ายๆ เช่นมะขามเปียกเราไม่มีก็ไปขอซื้อ5บาท ใช้ได้เป็นเดือน

ถ้าลองเปรียบเทียบวิถีชีวิตคนสมัยก่อนที่อยู่บ้านนอกตามชนบทดูง่ายๆ
ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปลูกบ้านในป่า คือ ตัดต้นไม้เท่าที่มีพื้นที่ปลูกบ้านพอแล้ว ต้นไม้ที่เหลือในที่ดินก็เอาไว้สูดอากาศดีๆ มีสัตว์ตัวเล็กๆได้อาศัยอยู่ เสียงไก่ขันเสียง นกร้องให้ตื่นตอนเช้าๆนี่แหละนาฬิกาปลุกที่ดีที่สุดแล้ว บ้านไหนทำอาหารมากพอ สามารถใส่จานใส่ถ้วยเอาไปแบ่งให้เพื่อนบ้านกินกัน ฤดูไหนมีปลามีอาหารแตกต่างกันไปก็ช่วยกันเก็บแล้วแบ่งเอาไปกินกัน เทศกาลงานวัดงานต่างๆก็ร่วมกันลงแรงช่วยเหลือกัน

ข้าพเจ้าว่าเมืองเล็กๆหมู่บ้านเล็กนั้นดี คนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยธรรมชาติ ไม่ต้องเรียนไม่ต้องพยายามแต่มันเป็นเองโดยนิสัย สิ่งแวดล้อมผู้คนที่สะสมมานาน คนที่เข้าเมืองหรือโตในเมืองส่วนมากหลังๆมักจะเริ่มเห็นแก่ตัว เอาตัวเองรอดก่อน ไม่อยากแบ่งปัน หวาดกลัวคนอื่นระแวงกันจนเป็นนิสัย แล้วแต่ว่าใครจะชอบอยู่แบบไหน บางทีการอยู่แบบง่ายๆ ไม่รวยแต่มีความสุขอยู่แบบพอมีพอกิน มีงานทำ ดูแลตัวเองและครอบครัวได้ มันก็เป็นความสุขที่ยั่งยืน คนที่ชอบอยู่ในเมืองก็เป็นนิสัยเขา อาจจะชอบความทันสมัย ซื้อของแพงๆเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น ความอดทนไม่ค่อยมีตัวเลือกมันเยอะ เงินหมุนเยอะ แต่สุดท้ายเอาจริงๆแล้ว เวลาหน้าหนาวหรือเวลาที่คนเมืองมีวันหยุดจากการทำงาน ก็มักออกนอกเมืองมาดูธรรมชาติต่างจังหวัดกันเสียส่วนมาก ลองขับรถเข้าไปกรุงเทพตอนปีใหม่หรือสงกรานต์นี่รถหายหมด ถนนโล่งเลยทีเดียว เหตุผลคือบางคนที่เป็นคนต่างจังหวัดก็กลับบ้านเยี่ยมญาติ บางคนก็พาครอบครัวออกนอกเมืองไปท่องเที่ยวเอาธรรมชาติและบรรยากาศดีๆ

ข้าพเจ้าเดินทางบ่อย เวลาไปชนบทจริงๆก็ได้ไปคุยกับชาวบ้าน บางคนก็บอกว่า โอ้โห เขานิสัยไม่ค่อยดีกันเท่าไหร่ บางคนมีสายตาดูถูกชาวบ้านเวลามาเที่ยว บางคนก็พูดจาไม่น่ารักทำตัวเหมือนสูงส่งกว่าคนอื่น ไม่ไหวกันเลย....ข้าพเจ้าได้แต่ฟังแล้วยิ้ม คนดีๆมันก็มีนะข้าพเจ้าว่าแต่คนที่ลืมตัวมันก็เยอะ บางคนอยู่ในเมืองใหญ่ๆเพราะความจำเป็น แต่ใจรักบ้านนอกรักความเป็นอยู่แบบง่ายๆมันก็เยอะแต่เขาอาจจะเลือกยังไม่ได้แค่นั้นเอง

ประเทศเรามันพัฒนาเร็ว จิตใจคนพัฒนาไม่ทัน พอเห็นอะไรที่ต่างชาติเขาว่าดีก็ทำตาม จนบางทีลืมรากเหง้าวัฒนธรรมตัวเองไปเลย กินข้าวไม่ได้กินแต่ขนมปัง สปาเกตตี้ ทำตัวเลียนแบบฝรั่งก็เยอะ จริงๆแล้วข้าพเจ้าว่าสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่คนข้างนอกเขานำเข้ามามันก็ดี ช่วยให้บ้านเมืองเราให้เจริญขึ้น แต่เพียงแค่อย่าลืมว่าเราเป็นใครแค่นั้นเอง รักษาความเป็นตัวตนและเป็นชาติให้ดี เพราะมันคือเสน่ห์ยิ้มสยามเมืองมีน้ำใจ ชื่อเสียงดังนี้ไปไกล ต้องรักษาไว้ให้ดี



วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน คนที่รักเรา vs คนที่เรารัก

บทชีวิต ตอน คนที่รักเรา vs คนที่เรารัก โดย ผ้าอ้อม

         ตั้งแต่เข้าวัยเจริญพันธ์ุ ข้าพเจ้าเจอคำถามนี้บ่อยมากจากคนรู้จัก เพื่อนสนิทมิตรสหาย ความรักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้ข้าพเจ้าขอพูดถึงความรักแบบแบบชู้สาว ความรักแบบนี้ ทำให้บางคนมีชีวิตอยู่ต่อได้ด้วยกำลังใจ อยู่อย่างสดใส บางคนเจอไม่ดีชีวิตก็เศร้าหมองหดหู่ ท้อถอยจนบางคนอยากตาย กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลยก็มี

เพื่อนเคยถามข้าพเจ้าเล่นๆว่า "ข้าพเจ้าจะเลือกอะไรระหว่าง คนที่รักเรากับคนที่เรารัก"

คำตอบครั้งแรกตอนวัยรุ่นเกือบจะ20ปี ข้าพเจ้าเลือก "คนที่เรารัก"
           ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน ที่เลือกคนที่รัก แต่ไม่ได้รับรักตอบ บางครั้งยังถูกทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายแถมมาด้วย เจอกับตัวเองหลายครั้งหลายคราที่ใช้หัวใจ ใช้ความรู้สึก เลือกคนที่เราชอบ คิดว่าดีอย่างที่เห็นและแรกคบมักดีเสมอทุกอย่างสดใส เมื่อเวลาผ่านไปความเป็นตัวตัวจริงๆของแต่ละคนนั้นเริ่มออกมา ก็สายไปสำหรับการจะถอนตัวเมื่อได้ปักใจไปแล้ว คราวนี้ถึงตาที่เราต้องอดทน วิ่งตาม รอคอย เจ็บปวด เรียกร้อง งี่เง่า จนถึงที่สุดที่เราต้องยอมเดินจากไปเองด้วยความเจ็บปวด....เหนื่อย! เพราะรักไม่เป็น

คำตอบที่สองตามมา ข้าพเจ้าเลือก "คนที่เรารัก" เหมือนเดิม
          น่าตลกที่ประสบการณ์ ความเจ็บปวดไม่สอนให้รู้จักจำแต่กลับอย่างลองอีกครั้ง
แรกคบนั้นดีอย่างที่กล่าว แต่เมื่อเวลาผ่านไปความจริงคือความจริง "ปัญหา" เกิดขึ้นกับทุกคนและทุกคู่ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้มันผ่านไปได้ ข้าพเจ้าเจอมาหลากหลายรวมทั้งการนอกใจ หลายครั้งพยายามคิด  มองย้อนตัวเอง มองหาสาเหตุ แก้ไขทีละจุด ปล่อยวาง คิดในแง่บวก หาเหตุผลเพื่อจะคบต่อ พึ่งพุทธศาสนา พยายามทำจนเกือบทุกอย่าง ยื้อเวลาแบบไม่มีเหตุผล  สุดท้ายก็จบด้วยการแยกทางเพราะมันไม่ใช่ก็ไม่ควรฝืน  คนเรามีขีดจำกัด  ข้าพเจ้าเชื่อหลังจากได้ทดลองมาแล้ว

          ข้าพเจ้าขอกลับมารักตัวเองให้ดีที่สุด ถอยออกมาจากซอยเล็กๆที่ทางไม่ดีเท่าที่ควร เพื่อก้าวออกไปสู่ถนนใหญ่ต่อไปดีกว่า ข้าพเจ้าเห็นหลายคู่ ที่บางคนไม่ทำอะไรเลย มีแต่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแต่คนที่เจ็บก็ยังทนอยู่ นั่นจึงเป็นคำตอบว่า "ความรู้สึกมันไม่มีเหตุผล"  บางคนทำทุกอย่างแต่ไม่ได้เป็นคนที่ถูกรัก  ต่างกับบางคนที่ไม่ทำอะไรเลย  ก็มีคนวิ่งเข้าหา สรุปว่า"จงเป็นตัวของตัวเอง"  
ถ้าคนจะรักเราเขาก็จะรักที่เราเป็นเรา รู้จักปรับแต่ไม่ต้องเปลี่ยน  ไม่ต้องกลัวที่จะสูญเสีย 

เมื่อเจอของไม่ดีมันเริ่มเน่าเราก็ไม่จำเป็นต้องกิน ถูกมั้ย?

           คนเรามาจากต่างถิ่นต่างที่ ต่างพ่อต่างแม่ต่างนิสัย เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีสิ่งที่คิดไม่เหมือนกัน ทางออกคือ คนสองคนต้องพยายามปรับตัวถ้าอยากคบกันต่อ  ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนนิสัย แต่คือปรับให้ทั้งคู่สามารถเข้าใจและอยู่ด้วยกันง่ายขึ้น  แต่ถ้า คนต้องการปรับ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมและยังคงเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด   อาจทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องอดทน  แบบนั้นไม่ดีแน่  ไม่มีใครจะทนได้ไปตลอดชีวิต  ด้วยการแบกน้ำตาทนทุกข์ทั้งชีวิต 
          
สิ่งที่สอนมาจนวันนี้คือ
เริ่มจาก......จงรักตัวเอง ดูแลตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
สอง....แบ่งปันความสุข ความรักให้แก่ผู้อื่น โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน
สาม....ยอมรับ เมื่อพบต้องมีจาก ไม่ว่าจากเป็นหรือตาย

คำตอบสุดท้าย....ข้าพเจ้าขอตอบว่า"ข้าพเจ้าจะรักคนที่ข้าพเจ้ารักและคนนั้นรักข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน"

           เมื่อเราเจอมิตรจงทำให้ดีในวันที่รู้จักกัน  ไม่ฝืน  ไม่บังคับ ไม่ทำร้ายกัน  รู้จักให้และเมื่อให้แล้วเหนื่อยก็พอ  ไม่มีใครบังคับให้คุณต้องทำ  จงเลือกทางเดินของตัวเอง  ทางที่ดีที่สุด

จงอยู่อย่างเข้มแข็ง ทุกอย่างที่เข้ามาคือบททดสอบในชีวิต จงก้าวผ่านมันไปให้ได้ 

บทชีวิต ตอน เหตุผลที่ต้องลดน้ำหนัก

บทชีวิต ตอน เหตุผลที่ต้องลดน้ำหนัก โดย ผ้าอ้อม

ข้าพเจ้าต้องบอกก่อนในที่นี้ว่า ไม่ได้ต้องการว่าคนอ้วน คนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักเกิน  อาจจะเกิดจากหลายกรณี   เช่น  ป่วย  กรรมพันธุ์  พฤติกรรมการกินการใช้ชีวิตประจำวัน   เพื่ออาชีพ ฯลฯ

บังเอิญวันนี้ข้าพเจ้าได้เห็นผู้ชายอ้วนคนหนึ่ง  กำลังจอดรถมอเตอร์ไซต์ติดไฟแดงอยู่ใกล้ๆ   ดูท่าทางร้อนมากเหงื่อออกไหลไปตามตัวและหน้า   ข้าพเจ้าจึงคิดไปถึงว่า    อ้วนมีแต่ปัญหา....เช่น 

1.ความอึดอัด ความร้อน เหงื่อที่ไหลตามพับเนื้อส่วนเกิน หมักหมม

2.บางทีกระดูกเราก็ไม่ได้สร้างมาให้รับน้ำหนักที่มากเกินพอดี เช่น ผลเสียต่อข้อเท้า

3.การเดินทางด้วยยานพาหนะโดยสาร อาจจะต้องจอง 2  ที่นั่งหรือจองชั้นธุรกิจสำหรับเครื่องบิน

4.เสื้อผ้าใช้ผ้าเปลืองมากเกินไป บางคนต้องสั่งตัดเพราะไม่มีไซต์ ในความจริงเสื้อ1ตัวของคนอ้วน
สามารถนำมาตัดให้คนหุ่นปกติใส่ได้2-3คน เลยทีเดียว (ดูมันจะเปลืองทรัพยากรโลกด้วยนะ)

5.บางคนกินอาหารหลายมื้อ กินเยอะเกินไป กินเหลือทิ้ง ข้าพเจ้าสงสารคนไม่มีอะไรจะกิน
ถ้าสมมุติว่าลองตัดอาหารลงครึ่งหนึ่งของที่เคยกิน แล้วแบ่งให้ผู้อื่นหรือเก็บไว้กินมื้อต่อไป
ก็จะเป็นการลดการใช้ทรัพยาการอาหาร ลดการใช้เงิน ได้ช่วยโลกและช่วยลดความอ้วนได้ด้วย

6.ทำงานช้า   เหนื่อยเร็ว  อืดอาด  

7.ไม่สวยงาม ไม่เห็นรูปทรงของรูปร่างที่แท้จริง

มาลดน้ำหนักกันได้แล้ว......รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย


วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน โจรกระชาก...

            บทชีวิต  ตอน โจรกระชาก...โดน ผ้าอ้อม

           การสูญเสียหายต่อชีวิตและทรัพสินย์ของประชาชนเกือบทุกวัน  เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในสังคมที่มีกฏหมายที่ดีและเข้าถึง  เราไม่พูดถึงประเทศอื่นเพราะเรื่องนี้ข้าพเจ้ารู้น้อยเหลือเกินที่สุด  จึงมาพูดแต่เรื่องบ้านเรานี่ดีกว่า
               
           ถึงสองครั้งสองครา....ที่ข้าพเจ้าถูกกระชากกระเป๋าตอนนั่งซ้อนมอเตอไซต์  รถล้มพัง  คนขับหัวฟาดกำแพงแตก  กระเป๋าก็ขาดไม่มีชิ้นดี  แผลเต็มตัวข้าพเจ้าตกใจมาก  มารอบที่สอง  ถูกกระชากโทรศัพท์ไปต่อหน้าต่อตา  ขณะที่กำลังกดโทรหาเพื่อนที่ป้ายรถเมล์  นางได้แล้วก็วิ่งไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ข้างหน้า  โอ้โห...พูดไม่ออก  ตอนนั้น...ก็ไม่เข้าใจว่าพวกมันเข้าใจบ้างมั้ยว่า  ข้าพเจ้าจะเอาที่ไหนมาซื้อของที่พังไป  ซ่อมรถที่พัง  ค่าเทอมค่ากินค่าที่พักก็ต้องจ่าย  ของที่ขโมยไปกว่าข้าพเจ้าจะเก็บเงินซื้อมาต้องใช้เวลากี่เดือน  เพื่อนของข้าพเจ้ามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล  ทำงานเช้าค่ำ  แต่สิ่งที่ได้คือ  ถูกขโมย  จะโทษที่ข้าพเจ้าสับเพร่า  ไม่ระวังตัวก็เป็นได้  จะคิดว่าคนพวกนั้น  ไม่มีเงินไม่มีงาน ไร้การศึกษา  บ้านมีปัญหา  พ่อแม่ไม่รัก  ติดยาเข้าเส้น  อยากเที่ยวเป็นกิจวัตรหรือชีวิตยากจน  ก็ดูน่าสงสาร
 
ข้าพเจ้าคิดว่า....คนกลุ่มนี้ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างด่วน

1. ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้สักคน ไปตามคดีใหญ่ๆไม่มีคนดูแลคดีเล็กๆแบบนี้โจรจึงได้ใจ
2. เกิดอะไรขึ้นกับคนไม่มีงานทำ ไม่มีเงินแล้วต้องขโมยของเหรอ  เชื่อมั้ยเป็นขอทานยังดูสุจริตกว่าเป็นไหนๆที่ไม่ทำร้ายหรือไปบังคับคนอื่น
3. ทุกคนมีทางเลือก  ทางที่ดีรัฐควรจัดคนให้เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย  เพื่อแนะนำชี้แนะ อบรม หางาน สร้างอาชีพ  ให้ดูแลตัวเองได้
4. มูลนิธิในประเทศเรามีมากมาย  แนะนำเขา ช่วยคนเหล่าให้มีทางออกดีกว่า  การเป็นขโมยตลอดชีวิตไม่ดี  ชีวิตมันจะจบไม่สวยแน่นอน

            ข้าพเจ้ามองว่าวันนั้นช่างโชคดีที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในวันนี้  ยังเริ่มทำงานหาซื้อของใหม่ได้ แบบค่อยเป็นค่อยไป   แต่อดสงสารบางคนถูกขโมยของไม่พอ  ยังต้องถูกทำร้ายให้บาดเจ็บอีก    บางครั้งที่ดูข่าวฆ่าชิงทรัพย์ก็มีกันบ่อยๆ  แบบที่ฆ่าข่มขืนก็มีมากมาย  ทำร้ายกันไปจนตายก็มี  บางทีความตายครั้งเดียวที่มี  ก็ต้องมาแลกกับเงินในกระเป๋าเพียงไม่กี่บาท  อาจจะแค่ 20 บาทด้วยซ้ำใครจะรู้

          ทุกวันเราต้องพึ่งตัวเองที่สุด  ระวังตัวเองอย่างดี  หญิงสาวเลิกงานดึกเดินในที่เปลี่ยวหรือต้องอยู่ตามลำพังคนเดียวจะอันตรายมาก ในสังคมทุกวันนี้  ไฟข้างถนนมีก็น้อย  ไม่มีเลยก็หลายสาย  Taxi รถรับจ้างต่างๆก็ต่างคนต่างระแวงกันทั้งคู่   ไม่รู้ใครจะเป็นโจรก่อนใคร