วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน รู้หน้า...ไม่รู้ใจ

บทชีวิต ตอน รู้หน้าไม่รู้ใจ  โดย ผ้าอ้อม

ประสบการณ์ของข้าพเจ้าสอนให้รู้ว่าคนเรา "รู้หน้า...ไม่รู้ใจ"

ใครจะรู้....หน้าสวยหล่อแต่งตัวดีพูดจาไพเราะจะเป็นโจร คนร้าย นักต้มตุ๋น ฯลฯ

ใครจะรู้....อาจารย์ พระ คนในเครื่องแบบ จะทำร้ายคนอื่นมีใจอำมหิตได้

ใครจะรู้....ผู้ชายสุภาพ น่ารัก เอาใจเก่ง จะเตะแฟนสาวติดผนัง ซ้อมยับเยิน

ใครจะรู้....ผู้ดีไฮโซ ใช้ของแบรนด์เนม อาจจะมีหนี้สินเป็นล้านๆ

ใครจะรู้....คนขอทาน มีเงินฝากในธนาครเป็นล้าน

ใครจะรู้....หน้าตาดูโง่ๆแต่เป็นดอกเตอร์

ใครจะรู้....จิตใจของคนนั้น กำลังคิดอะไร!

เวลา...จะช่วยให้คุณดูคน อย่าตัดสินคนภายนอกและอย่าพึ่งปักใจเชื่อสิ่งที่พึ่งเห็น

ใช้ตา....มอง
ใช้หู....ฟัง
ใช้สติ...พิจารณา

ความผิดพลาดจึงจะเกิดขึ้นน้อยที่สุดและเมื่อคุณผิดพลาดคุณจะแกรงขึ้นไปอีกขั้นของชีวิต


วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน หนังสือชีวิต

บทชีวิต ตอน หนังสือชีวิต โดย ผ้าอ้อม

            ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนบนโลกนี้ช่างแตกต่างกัน จะมีที่คล้ายกันหรือใกล้เคียงก็เพียงบางเรื่อง คน 1คนมีหนังสือชีวิต คนละ 1เล่ม เอาไว้เขียนบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ผ่านความทรงจำ บางคนนำมาเผยแพร่ บางคนก็เก็บไว้เป็นความลับ ไม่ต้องการให้ใครอ่าน

เมื่อเราโตขึ้นจะได้รู้จักคนมากขึ้น จากที่เรียน ที่ทำงาน เพื่อนบ้าน จากแหล่งท่องเที่ยว.....
คนมีนิสัยต่างกัน หลากหลายรูปแบบ ดีจริงๆ ไม่ดีเลย ดีต่อหน้าไม่ดีลับหลัง เยอะแยะมากมายต้องเลือกดู เหมือนดูละครที่แต่ละคนต่างก็มีบทบาทเป็นของตัวเอง โลกชีวิตจริงก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน

แน่นอนคนเราต้องเลือกคบคนให้เหมาะกับตัวเอง เหมือนเราเข้าห้องสมุด ต้องเดินไปหาหมวดที่เราสนใจก่อน เพื่อเลือกอ่านบางเล่มเท่านั้น คงมีน้อยคนที่เหมาเอาทุกคนที่เจอเป็นเพื่อนเสียหมด เพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้อง วัยเดียวกัน คนรวย คนจน นักปราชญ์หรือขี้เมา ล้วนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ลองเปิดอ่านลองฟังและศึกษาชีวิตผู้คน มันเป็นการเรียนประสบการณ์ทางลัดที่เราแทบไม่ต้องเสียเวลาไปพิสูจน์เอง

            ข้าพเจ้าได้คุยกับคนแปลกหน้าเสมอ ในเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว ชีวิตผู้คนเหล่านั้นน่าสนใจ บางคนก็เป็นคนท้องถิ่นหรือนักเดินทาง  พวกเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ภาษา ฯลฯ เมื่อเราเจอเพื่อนที่ดีเจอหนังสือที่ดี   ช่างเป็นเรื่องที่มีความสุขที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ   ข้าพเจ้าว่าคนเราเลือกได้ว่าจะยืนตรงจุดไหนของชีวิต อยู่ที่ทัศนะคติการมองโลก  เมื่อเรามีทัศนะคติดีมองโลกด้านบวก แม้ว่าจะเกิดปัญหาอุปสรรคใดๆเข้ามากระทบกระเทือนก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี แต่หากใช้ชีวิตคิดในแง่ลบ ข้าพเจ้าเชื่อว่า ถึงผู้นั้นจะมีการงานเงินทองทุกสิ่งแล้ว ชีวิตคงยังเป็นทุกข์อยู่ดี ดังนั้น การดำเนินชีวิต ต้องใช้หัวใจและสมองเดินไปพร้อมๆกัน

หนังสือบางเล่มปกเก่ามากแต่ข้างในกลับแต่คุณภาพ บางเล่มปกสวยงามแต่ไม่มีอะไรที่เป็นสาระด้านในเลย หรือปกสวยด้านในดีมีคุณภาพก็มีมากมาย ไม่มีใครู้ว่าข้างในหนังสือมีอะไรนอกจากเราเปิดอ่านก่อน บางเล่มเกริ่นนำมาดีโฆษณาไว้ปกหลัง แต่พออ่านแล้วกลับมีดีแค่นั้นเอง จงหาเล่มที่เหมาะกับเราแล้วค่อยๆอ่าน อย่าตัดสินคนภายนอกเหมือนหน้าปกหนังสือ อย่ามองว่าหนังสือราคาแพงจะมีสาระดีกว่าเล่มอื่นๆ




วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก..ของชาวไทย

บทชีวิต ตอน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก..ของชาวไทย โดย ผ้าอ้อม

พอจะย้อนกลับมาคิดถึงคนไทย ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปช้าๆ ยังทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะมาก คนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน วัฒนธรรมเปลี่ยน ?

เมื่อก่อนที่ปู่ย่าตายายเล่าสู่กันมาและที่ข้าพเจ้าเกิดมาทันก็ยังเห็นว่า ทุกคนอายุมาก รูปร่างหน้าตาก็เปลี่ยนไป ผมสีดำกลายเป็นสีดอกเลาขาวโพลนสวยงามแบบธรรมชาติมอบให้ สมัยเด็กทุกๆวันหยุดข้าพเจาจะไปหาย่าทวดปู่ทวดตำหมากให้ทั้งสองเคี้ยวเล่นเพลินๆ ท่านแข็งแรงดีมากทั้งที่อายุก็90กว่าปีแล้ว ยังนั่งคุยยิ้มสนุกสนาน หูดี ฟังรู้เรื่อง ตาดี มองเห็นดีแม้จะต้องใส่แว่นตาช่วยบ้าง สมองก็ยังจำได้อย่างดีว่าใครเป็นใคร ไม่มีโรคภัย สุขภาพแข็งแรง คงเป็นเพราะกินของดี ของดีในที่นี้คือ ผักผลไม้ปลูกเองในสวน อยากเอามาทำอาหารทำขนมก็ไปเก็บกันมาแต่พอใช้ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เอาไว้กินไข่ มีสระน้ำหลังบ้านเผื่อมื้อไหนอยากกินปลา น้ำพริกทำเองกินง่ายๆกับผักลวกแค่นี้ก็อิ่มไป1มื้อกันแล้ว เมนูสุขภาพกันจริงๆ อะไรที่ขาดเราไม่มีเราก็ไปซื้อตลาดเอาง่ายๆ เช่นมะขามเปียกเราไม่มีก็ไปขอซื้อ5บาท ใช้ได้เป็นเดือน

ถ้าลองเปรียบเทียบวิถีชีวิตคนสมัยก่อนที่อยู่บ้านนอกตามชนบทดูง่ายๆ
ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปลูกบ้านในป่า คือ ตัดต้นไม้เท่าที่มีพื้นที่ปลูกบ้านพอแล้ว ต้นไม้ที่เหลือในที่ดินก็เอาไว้สูดอากาศดีๆ มีสัตว์ตัวเล็กๆได้อาศัยอยู่ เสียงไก่ขันเสียง นกร้องให้ตื่นตอนเช้าๆนี่แหละนาฬิกาปลุกที่ดีที่สุดแล้ว บ้านไหนทำอาหารมากพอ สามารถใส่จานใส่ถ้วยเอาไปแบ่งให้เพื่อนบ้านกินกัน ฤดูไหนมีปลามีอาหารแตกต่างกันไปก็ช่วยกันเก็บแล้วแบ่งเอาไปกินกัน เทศกาลงานวัดงานต่างๆก็ร่วมกันลงแรงช่วยเหลือกัน

ข้าพเจ้าว่าเมืองเล็กๆหมู่บ้านเล็กนั้นดี คนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยธรรมชาติ ไม่ต้องเรียนไม่ต้องพยายามแต่มันเป็นเองโดยนิสัย สิ่งแวดล้อมผู้คนที่สะสมมานาน คนที่เข้าเมืองหรือโตในเมืองส่วนมากหลังๆมักจะเริ่มเห็นแก่ตัว เอาตัวเองรอดก่อน ไม่อยากแบ่งปัน หวาดกลัวคนอื่นระแวงกันจนเป็นนิสัย แล้วแต่ว่าใครจะชอบอยู่แบบไหน บางทีการอยู่แบบง่ายๆ ไม่รวยแต่มีความสุขอยู่แบบพอมีพอกิน มีงานทำ ดูแลตัวเองและครอบครัวได้ มันก็เป็นความสุขที่ยั่งยืน คนที่ชอบอยู่ในเมืองก็เป็นนิสัยเขา อาจจะชอบความทันสมัย ซื้อของแพงๆเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น ความอดทนไม่ค่อยมีตัวเลือกมันเยอะ เงินหมุนเยอะ แต่สุดท้ายเอาจริงๆแล้ว เวลาหน้าหนาวหรือเวลาที่คนเมืองมีวันหยุดจากการทำงาน ก็มักออกนอกเมืองมาดูธรรมชาติต่างจังหวัดกันเสียส่วนมาก ลองขับรถเข้าไปกรุงเทพตอนปีใหม่หรือสงกรานต์นี่รถหายหมด ถนนโล่งเลยทีเดียว เหตุผลคือบางคนที่เป็นคนต่างจังหวัดก็กลับบ้านเยี่ยมญาติ บางคนก็พาครอบครัวออกนอกเมืองไปท่องเที่ยวเอาธรรมชาติและบรรยากาศดีๆ

ข้าพเจ้าเดินทางบ่อย เวลาไปชนบทจริงๆก็ได้ไปคุยกับชาวบ้าน บางคนก็บอกว่า โอ้โห เขานิสัยไม่ค่อยดีกันเท่าไหร่ บางคนมีสายตาดูถูกชาวบ้านเวลามาเที่ยว บางคนก็พูดจาไม่น่ารักทำตัวเหมือนสูงส่งกว่าคนอื่น ไม่ไหวกันเลย....ข้าพเจ้าได้แต่ฟังแล้วยิ้ม คนดีๆมันก็มีนะข้าพเจ้าว่าแต่คนที่ลืมตัวมันก็เยอะ บางคนอยู่ในเมืองใหญ่ๆเพราะความจำเป็น แต่ใจรักบ้านนอกรักความเป็นอยู่แบบง่ายๆมันก็เยอะแต่เขาอาจจะเลือกยังไม่ได้แค่นั้นเอง

ประเทศเรามันพัฒนาเร็ว จิตใจคนพัฒนาไม่ทัน พอเห็นอะไรที่ต่างชาติเขาว่าดีก็ทำตาม จนบางทีลืมรากเหง้าวัฒนธรรมตัวเองไปเลย กินข้าวไม่ได้กินแต่ขนมปัง สปาเกตตี้ ทำตัวเลียนแบบฝรั่งก็เยอะ จริงๆแล้วข้าพเจ้าว่าสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่คนข้างนอกเขานำเข้ามามันก็ดี ช่วยให้บ้านเมืองเราให้เจริญขึ้น แต่เพียงแค่อย่าลืมว่าเราเป็นใครแค่นั้นเอง รักษาความเป็นตัวตนและเป็นชาติให้ดี เพราะมันคือเสน่ห์ยิ้มสยามเมืองมีน้ำใจ ชื่อเสียงดังนี้ไปไกล ต้องรักษาไว้ให้ดี



วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน คนที่รักเรา vs คนที่เรารัก

บทชีวิต ตอน คนที่รักเรา vs คนที่เรารัก โดย ผ้าอ้อม

         ตั้งแต่เข้าวัยเจริญพันธ์ุ ข้าพเจ้าเจอคำถามนี้บ่อยมากจากคนรู้จัก เพื่อนสนิทมิตรสหาย ความรักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้ข้าพเจ้าขอพูดถึงความรักแบบแบบชู้สาว ความรักแบบนี้ ทำให้บางคนมีชีวิตอยู่ต่อได้ด้วยกำลังใจ อยู่อย่างสดใส บางคนเจอไม่ดีชีวิตก็เศร้าหมองหดหู่ ท้อถอยจนบางคนอยากตาย กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลยก็มี

เพื่อนเคยถามข้าพเจ้าเล่นๆว่า "ข้าพเจ้าจะเลือกอะไรระหว่าง คนที่รักเรากับคนที่เรารัก"

คำตอบครั้งแรกตอนวัยรุ่นเกือบจะ20ปี ข้าพเจ้าเลือก "คนที่เรารัก"
           ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน ที่เลือกคนที่รัก แต่ไม่ได้รับรักตอบ บางครั้งยังถูกทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายแถมมาด้วย เจอกับตัวเองหลายครั้งหลายคราที่ใช้หัวใจ ใช้ความรู้สึก เลือกคนที่เราชอบ คิดว่าดีอย่างที่เห็นและแรกคบมักดีเสมอทุกอย่างสดใส เมื่อเวลาผ่านไปความเป็นตัวตัวจริงๆของแต่ละคนนั้นเริ่มออกมา ก็สายไปสำหรับการจะถอนตัวเมื่อได้ปักใจไปแล้ว คราวนี้ถึงตาที่เราต้องอดทน วิ่งตาม รอคอย เจ็บปวด เรียกร้อง งี่เง่า จนถึงที่สุดที่เราต้องยอมเดินจากไปเองด้วยความเจ็บปวด....เหนื่อย! เพราะรักไม่เป็น

คำตอบที่สองตามมา ข้าพเจ้าเลือก "คนที่เรารัก" เหมือนเดิม
          น่าตลกที่ประสบการณ์ ความเจ็บปวดไม่สอนให้รู้จักจำแต่กลับอย่างลองอีกครั้ง
แรกคบนั้นดีอย่างที่กล่าว แต่เมื่อเวลาผ่านไปความจริงคือความจริง "ปัญหา" เกิดขึ้นกับทุกคนและทุกคู่ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้มันผ่านไปได้ ข้าพเจ้าเจอมาหลากหลายรวมทั้งการนอกใจ หลายครั้งพยายามคิด  มองย้อนตัวเอง มองหาสาเหตุ แก้ไขทีละจุด ปล่อยวาง คิดในแง่บวก หาเหตุผลเพื่อจะคบต่อ พึ่งพุทธศาสนา พยายามทำจนเกือบทุกอย่าง ยื้อเวลาแบบไม่มีเหตุผล  สุดท้ายก็จบด้วยการแยกทางเพราะมันไม่ใช่ก็ไม่ควรฝืน  คนเรามีขีดจำกัด  ข้าพเจ้าเชื่อหลังจากได้ทดลองมาแล้ว

          ข้าพเจ้าขอกลับมารักตัวเองให้ดีที่สุด ถอยออกมาจากซอยเล็กๆที่ทางไม่ดีเท่าที่ควร เพื่อก้าวออกไปสู่ถนนใหญ่ต่อไปดีกว่า ข้าพเจ้าเห็นหลายคู่ ที่บางคนไม่ทำอะไรเลย มีแต่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแต่คนที่เจ็บก็ยังทนอยู่ นั่นจึงเป็นคำตอบว่า "ความรู้สึกมันไม่มีเหตุผล"  บางคนทำทุกอย่างแต่ไม่ได้เป็นคนที่ถูกรัก  ต่างกับบางคนที่ไม่ทำอะไรเลย  ก็มีคนวิ่งเข้าหา สรุปว่า"จงเป็นตัวของตัวเอง"  
ถ้าคนจะรักเราเขาก็จะรักที่เราเป็นเรา รู้จักปรับแต่ไม่ต้องเปลี่ยน  ไม่ต้องกลัวที่จะสูญเสีย 

เมื่อเจอของไม่ดีมันเริ่มเน่าเราก็ไม่จำเป็นต้องกิน ถูกมั้ย?

           คนเรามาจากต่างถิ่นต่างที่ ต่างพ่อต่างแม่ต่างนิสัย เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีสิ่งที่คิดไม่เหมือนกัน ทางออกคือ คนสองคนต้องพยายามปรับตัวถ้าอยากคบกันต่อ  ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนนิสัย แต่คือปรับให้ทั้งคู่สามารถเข้าใจและอยู่ด้วยกันง่ายขึ้น  แต่ถ้า คนต้องการปรับ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมและยังคงเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด   อาจทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องอดทน  แบบนั้นไม่ดีแน่  ไม่มีใครจะทนได้ไปตลอดชีวิต  ด้วยการแบกน้ำตาทนทุกข์ทั้งชีวิต 
          
สิ่งที่สอนมาจนวันนี้คือ
เริ่มจาก......จงรักตัวเอง ดูแลตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
สอง....แบ่งปันความสุข ความรักให้แก่ผู้อื่น โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน
สาม....ยอมรับ เมื่อพบต้องมีจาก ไม่ว่าจากเป็นหรือตาย

คำตอบสุดท้าย....ข้าพเจ้าขอตอบว่า"ข้าพเจ้าจะรักคนที่ข้าพเจ้ารักและคนนั้นรักข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน"

           เมื่อเราเจอมิตรจงทำให้ดีในวันที่รู้จักกัน  ไม่ฝืน  ไม่บังคับ ไม่ทำร้ายกัน  รู้จักให้และเมื่อให้แล้วเหนื่อยก็พอ  ไม่มีใครบังคับให้คุณต้องทำ  จงเลือกทางเดินของตัวเอง  ทางที่ดีที่สุด

จงอยู่อย่างเข้มแข็ง ทุกอย่างที่เข้ามาคือบททดสอบในชีวิต จงก้าวผ่านมันไปให้ได้ 

บทชีวิต ตอน เหตุผลที่ต้องลดน้ำหนัก

บทชีวิต ตอน เหตุผลที่ต้องลดน้ำหนัก โดย ผ้าอ้อม

ข้าพเจ้าต้องบอกก่อนในที่นี้ว่า ไม่ได้ต้องการว่าคนอ้วน คนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักเกิน  อาจจะเกิดจากหลายกรณี   เช่น  ป่วย  กรรมพันธุ์  พฤติกรรมการกินการใช้ชีวิตประจำวัน   เพื่ออาชีพ ฯลฯ

บังเอิญวันนี้ข้าพเจ้าได้เห็นผู้ชายอ้วนคนหนึ่ง  กำลังจอดรถมอเตอร์ไซต์ติดไฟแดงอยู่ใกล้ๆ   ดูท่าทางร้อนมากเหงื่อออกไหลไปตามตัวและหน้า   ข้าพเจ้าจึงคิดไปถึงว่า    อ้วนมีแต่ปัญหา....เช่น 

1.ความอึดอัด ความร้อน เหงื่อที่ไหลตามพับเนื้อส่วนเกิน หมักหมม

2.บางทีกระดูกเราก็ไม่ได้สร้างมาให้รับน้ำหนักที่มากเกินพอดี เช่น ผลเสียต่อข้อเท้า

3.การเดินทางด้วยยานพาหนะโดยสาร อาจจะต้องจอง 2  ที่นั่งหรือจองชั้นธุรกิจสำหรับเครื่องบิน

4.เสื้อผ้าใช้ผ้าเปลืองมากเกินไป บางคนต้องสั่งตัดเพราะไม่มีไซต์ ในความจริงเสื้อ1ตัวของคนอ้วน
สามารถนำมาตัดให้คนหุ่นปกติใส่ได้2-3คน เลยทีเดียว (ดูมันจะเปลืองทรัพยากรโลกด้วยนะ)

5.บางคนกินอาหารหลายมื้อ กินเยอะเกินไป กินเหลือทิ้ง ข้าพเจ้าสงสารคนไม่มีอะไรจะกิน
ถ้าสมมุติว่าลองตัดอาหารลงครึ่งหนึ่งของที่เคยกิน แล้วแบ่งให้ผู้อื่นหรือเก็บไว้กินมื้อต่อไป
ก็จะเป็นการลดการใช้ทรัพยาการอาหาร ลดการใช้เงิน ได้ช่วยโลกและช่วยลดความอ้วนได้ด้วย

6.ทำงานช้า   เหนื่อยเร็ว  อืดอาด  

7.ไม่สวยงาม ไม่เห็นรูปทรงของรูปร่างที่แท้จริง

มาลดน้ำหนักกันได้แล้ว......รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย


วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน โจรกระชาก...

            บทชีวิต  ตอน โจรกระชาก...โดน ผ้าอ้อม

           การสูญเสียหายต่อชีวิตและทรัพสินย์ของประชาชนเกือบทุกวัน  เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในสังคมที่มีกฏหมายที่ดีและเข้าถึง  เราไม่พูดถึงประเทศอื่นเพราะเรื่องนี้ข้าพเจ้ารู้น้อยเหลือเกินที่สุด  จึงมาพูดแต่เรื่องบ้านเรานี่ดีกว่า
               
           ถึงสองครั้งสองครา....ที่ข้าพเจ้าถูกกระชากกระเป๋าตอนนั่งซ้อนมอเตอไซต์  รถล้มพัง  คนขับหัวฟาดกำแพงแตก  กระเป๋าก็ขาดไม่มีชิ้นดี  แผลเต็มตัวข้าพเจ้าตกใจมาก  มารอบที่สอง  ถูกกระชากโทรศัพท์ไปต่อหน้าต่อตา  ขณะที่กำลังกดโทรหาเพื่อนที่ป้ายรถเมล์  นางได้แล้วก็วิ่งไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ข้างหน้า  โอ้โห...พูดไม่ออก  ตอนนั้น...ก็ไม่เข้าใจว่าพวกมันเข้าใจบ้างมั้ยว่า  ข้าพเจ้าจะเอาที่ไหนมาซื้อของที่พังไป  ซ่อมรถที่พัง  ค่าเทอมค่ากินค่าที่พักก็ต้องจ่าย  ของที่ขโมยไปกว่าข้าพเจ้าจะเก็บเงินซื้อมาต้องใช้เวลากี่เดือน  เพื่อนของข้าพเจ้ามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล  ทำงานเช้าค่ำ  แต่สิ่งที่ได้คือ  ถูกขโมย  จะโทษที่ข้าพเจ้าสับเพร่า  ไม่ระวังตัวก็เป็นได้  จะคิดว่าคนพวกนั้น  ไม่มีเงินไม่มีงาน ไร้การศึกษา  บ้านมีปัญหา  พ่อแม่ไม่รัก  ติดยาเข้าเส้น  อยากเที่ยวเป็นกิจวัตรหรือชีวิตยากจน  ก็ดูน่าสงสาร
 
ข้าพเจ้าคิดว่า....คนกลุ่มนี้ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างด่วน

1. ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้สักคน ไปตามคดีใหญ่ๆไม่มีคนดูแลคดีเล็กๆแบบนี้โจรจึงได้ใจ
2. เกิดอะไรขึ้นกับคนไม่มีงานทำ ไม่มีเงินแล้วต้องขโมยของเหรอ  เชื่อมั้ยเป็นขอทานยังดูสุจริตกว่าเป็นไหนๆที่ไม่ทำร้ายหรือไปบังคับคนอื่น
3. ทุกคนมีทางเลือก  ทางที่ดีรัฐควรจัดคนให้เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย  เพื่อแนะนำชี้แนะ อบรม หางาน สร้างอาชีพ  ให้ดูแลตัวเองได้
4. มูลนิธิในประเทศเรามีมากมาย  แนะนำเขา ช่วยคนเหล่าให้มีทางออกดีกว่า  การเป็นขโมยตลอดชีวิตไม่ดี  ชีวิตมันจะจบไม่สวยแน่นอน

            ข้าพเจ้ามองว่าวันนั้นช่างโชคดีที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในวันนี้  ยังเริ่มทำงานหาซื้อของใหม่ได้ แบบค่อยเป็นค่อยไป   แต่อดสงสารบางคนถูกขโมยของไม่พอ  ยังต้องถูกทำร้ายให้บาดเจ็บอีก    บางครั้งที่ดูข่าวฆ่าชิงทรัพย์ก็มีกันบ่อยๆ  แบบที่ฆ่าข่มขืนก็มีมากมาย  ทำร้ายกันไปจนตายก็มี  บางทีความตายครั้งเดียวที่มี  ก็ต้องมาแลกกับเงินในกระเป๋าเพียงไม่กี่บาท  อาจจะแค่ 20 บาทด้วยซ้ำใครจะรู้

          ทุกวันเราต้องพึ่งตัวเองที่สุด  ระวังตัวเองอย่างดี  หญิงสาวเลิกงานดึกเดินในที่เปลี่ยวหรือต้องอยู่ตามลำพังคนเดียวจะอันตรายมาก ในสังคมทุกวันนี้  ไฟข้างถนนมีก็น้อย  ไม่มีเลยก็หลายสาย  Taxi รถรับจ้างต่างๆก็ต่างคนต่างระแวงกันทั้งคู่   ไม่รู้ใครจะเป็นโจรก่อนใคร  

บทชีวิต ตอน ไม่เข้าใจบ้าน

บทชีวิต ตอน ไม่เข้าใจบ้าน โดย ผ้าอ้อม

ข้าพเจ้าเรียนมาไม่สูง ได้เดินทางไปต่างประเทศก็ไม่กี่ที่ แต่ก็ยังดีได้เปิดหูเปิดตาบ้าง นึกสงสัยอยู่หลายครา คนใหญ่ๆโตๆที่อยู่ในรัฐบาล แต่ละคนก็น่าจะในหน้าที่กันมาหลาย 10 ปี มีเงินมีทองมีอำนาจ บ้างก็ได้เดินทางไปต่างประเทศดูงาน ศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศอื่นๆ จึงเกิดคำถามเล็กๆขึ้นมาว่า ทำไมบ้านเราไม่นำเอา "สิ่งดีๆ" บางเรื่องของที่อื่นมาปรับใช้  เพื่อดูแลประชาชนในประเทศกันบ้าง?

เช่น 1.บ้านเรากฏหมายอ่อนมากเหมือนเป็นแค่แผ่นกระดาษ คนไม่ทำตามกฏหมายเพราะไม่เกรงกลัว จึงมักไม่ค่อยคิดก่อนทำ ส่วนมากเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งเสียมากกว่า พอถูกจับก็ค่อยว่ากันมีเงินเยอะมั้ย 
มีเส้นสายช่วยได้มั้ย บางประเทศกฏหมายดีมากเข้มงวดเอาจริงเอาจัง ประชาชนเกรงใจเวลาจะทำอะไรเขาก็ต้องคิดกันก่อน บ้านเมืองจึงเป็นระเบียบ ตำรวจก็ทำงานน้อยลง  บางที่มีตำรวจน้อยมาก  แต่คนก็ไม่กล้าฝ่าฝืนกฏ  ข้าพเจ้าคิดว่าคนเหล่านั้นอาจจะถูกสอนและปฎิบัติจนป็นนิสัย  ถึงจะเป็นเวลาเที่ยงคืนไม่มีตำรวจไม่มีด่าน  ประชาชนเขาก็ไม่กล้าฝ่าไฟแดงเหมือนบ้านเรา  จริงๆถ้าปลูกฝังสร้างจิตสำนึกที่ดีกันในบ้านในโรงเรียนในชุมชน   เริ่มจากเล็กๆต่อไปเด็กๆก็จะได้โตเป็นประชาชนที่มีคุณภาพอาจจะไม่ 100% แต่ได้โดยส่วนมากของทั้งหมดก็ยังดี   รู้จักใช้เหตุผลมากกว่าใช้ความรุนแรง กลับมามองบ้านเราแล้วตำรวจทำงานหนักมาก คดีสูงเป็นภูเขา ตามจับกันไม่ทันเลยทีเดียว

เช่น  2. ขยะเยอะจริงๆ มีช่วงนึงออกกฏหมายมา ข้าพเจ้ายังจำได้ ทิ้งขยะไม่ลงถังปรับ 2000 บาท เห่อกันได้ไม่นานก็ลืมกันแล้ว  ทุกคนกลับไปเป็นเหมือนเดิม กินเสร็จทิ้งเลย ยัดบ้างตามโต๊ะเก้าอี้ หมากฝรั่งนี่ตัวดี เคี้ยวแล้วคายน่าจะตั้งคำขวัญให้กันไปเลย โอ้โห บนพื้นนี่เหยียบจนรองเท้าเหนอะไปหมด แย่ที่สุดคือนั่งดูหนังอยู่  พอเอามือไปโดนหมากฝรั่งที่คนเคี้ยวเสร็จแล้วดันติดไว้ที่เก้าอีก อันนี้สุดยอด!   บางทีอาจจะเป็นความเคยชินของคน  ที่กลายเป็นนิสัยยากที่จะเปลี่ยน "ไม้แข็งดัดยาก" 

         เกือบลืมเรื่องเด็ดไปเลย "การแซงคิว" อันนี้เปลี่ยนยากสักหน่อย ข้าพเจ้าเจอมาหลายครั้ง เกือบจะมีปัญหาก็หลายครั้ง เคยหนนึง ข้าพเจ้ากำลังยืนต่อแถวรอจ่ายเงินกันสองสามคิวได้
สักพักก็มีหญิงสาวหน้าตาดูดี เหมือนจะมีการศึกษา เดินไปที่โต๊ะเก็บเงิน วางของ ชิ้นแล้วยื่นเงินให้พนักงานทันที ตัดหน้าอีกคนที่ต่อแถวมา เขากำลังวางของที่หอบอยู่เต็มมือทีละชิ้น
ไม่ทันค่ะ  พนักงานรับเงินแล้วหยิบของผู้หญิงส่งให้นางคนนั้น ไม่รู้จะโทษคนเก็บเงิน คนซื้อ หรือคนต่อคิวที่วางของช้าไปหน่อย

         หลังจากที่ข้าพเจ้าสอบถามว่าทำไมถึงทำแบบนั้น คนเก็บเงินบอก
โอ้ย....บ่อยค่ะเป็นแบบนี้กันเยอะค่ะ  บอกให้ต่อคิวก็ไม่ต่อ พูดจนเหนื่อย ข้าพเจ้าจึงแนะนำว่าลองหาอะไรมากั้นคิวก็ดีจะได้เข้าแถวกันในช่อง  ลองทำดูไม่น่ามีอะไรเสียหาย ดีด้วยจะได้เป็นการฝึกคน 
ถ้าเริ่มชินจากสังคมเล็กๆแล้วไปที่อื่นมันก็จะเป็นอัตโนมัติไปเอง

คิดไปคิดมา....ก็ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวมั้ยที่คนไทยชอบหนีชอบโกงภาษี เลยทำให้รัฐไม่มีเงินเอามาดูแลประชาชนให้ดีพอ  บางประเทศเก็บเงินภาษีแพงแต่สวัสดิการดีจริง เช่น ใครป่วยเป็นโรคอะไรก็ได้
รักษาให้ไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว  เพราะโรงพยาบาลมีเงินสนับสนุนจากเงินภาษีของประชาชน  ถ้าเป็นบ้านเราที่ได้ยินข่าวบ่อยๆ คือ  ถ้าเกิดป่วย เกิดอุบัติเหตุ จะคลอด ไม่มีญาติไม่มีคนรองรับ ไม่มีเงินหรือมีประกันแต่ดันไม่ครอบคลุมโรคที่เป็นตอนนั้น  ก็อดรักษากันไป  เรียกรถกลับบ้านไปนอนรอความตายได้เลย ที่เจอข่าวมาคือ มีผู้หญิงคนหนึ่ง  ท้องไปโรงพยาบาล...จะคลอดลูก แต่ประกันสังคมไม่ครอบคลุมถึงการคลอดบุตร  เงินก็ไม่มี จึงต้องกลับบ้านทั้งที่ปากช่องคลอดเปิดแล้ว  กลับบ้านไปคลอดเองคนเดียวปรากฏว่าลูกตาย  คนข้างบ้านมาช่วยเพราะผู้หญิงตกเลือดมาก  น่าเศร้า

เพราะเป็นแบบนี้คนจึงตั้งหน้าตั้งตาหาเงินจ่ายค่าประกัน  ค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมาย  แต่ยักไม่จ่ายภาษีให้รัฐหรืออาจจะไม่กล้าจ่ายเพราะไม่ค่อยได้รับสวัสดิการที่ดี จึงเอาเงินไปจ่ายประกันดีกว่า!  ดูแลป้องกันตัวเองคนเดียวแบบแคบๆ  ไม่ต้องจ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะ.....

บางประเทศมีสวัสดิการเรียนฟรีจนจบ ถ้าเรียนสูงจนถึงระดับปริญญาเอกนี่ รัฐก็มีเงินให้ด้วยเหมือนทุนเลี้ยงดูตัวเองระหว่างเรียน จริงๆบ้านเราก็มี แต่ทุนมีจำกัด ต้องเรียนดีจริงๆหรือฐานะยากจน  ต้องกู้เงินรัฐเรียนแล้วคืนในภายหลัง ตอนจบคือ ไม่ค่อยมีใครอยากจะคืน


บางทีก็คิดว่า คนไทยอาจจะชินแล้วที่ให้สังคมเป็นแบบนี้ ง่ายๆสบายๆ เอาตัวรอดกันไป
วันนี้กลับบ้านปลอดภัยแล้ว หลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดีจากภัยสังคมในวันนี้ได้ก็โชคดีแล้ว

ใครไม่รอดก็จะให้โทษใครได้ตอนนี้   ที่ถูกในตอนนี้คือ ดูแลตัวเองดีๆ
ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็มี 2 ที่  ให้ไปขอความช่วยเหลือ คือ ตำรวจ กับ หมอไสยศาสตร์

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน โลกไม่ลำเอียง...โอกาสเป็นของทุกคน

         บทชีวิต ตอน โลกไม่ลำเอียง...โอกาสเป็นของทุกคน โดย ผ้าอ้อม

ข้าพเจ้าว่าคนเราเกิดมาพร้อมกับต้นทุน  นั่นก็คือสมอง !
บางคนมาพร้อมกับพรสวรรค์  ร้องเพลง ศิลปะ ดนตรี ฯลฯ 
บางคนมีทุนสมองมาดีแต่บางครั้งก็สู้ความขยันและความพยายามของอีกคนไม่ได้
บางคนมีโอกาสได้ทำอะไรมากมายแต่ไม่ทำ บางคนเกิดมาแทบมองไม่เห็นโอกาส
แต่ก็พยายามที่จะไขว่คว้า  ฉันว่าคนเราสามารถทำได้ทุกอย่าง  แต่อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่  
พยายามแค่ไหน ...

         ความสามารถมีกันทุกคน   มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาด พัฒนาและเรียนรู้ได้อย่างไม่สิ้นสุด 
ข้าพเจ้ามองว่าคำว่าโอกาสมีไว้สำหรับทุกคน  บางทีเราไม่ต้องนั่งรอโอกาสวิ่งมาหาก็ได้  
ลองวิ่งไปหามันเอง  บางอย่างเราก็สร้างมันเองได้  
ข้าพเจ้าคนหนึ่งที่เคยพูดว่า....ก็ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสเหมือนคนอื่นไม่เห็นมีโอกาสหยิบยื่นให้  
เปล่าเลยค่ะ โอกาสมันมีแต่ฉันเองที่กลับยื่นเหตุผลของความขี้เกียจให้ตัวเอง 
วันนี้ข้าพเจ้าคิดใหม่  เรียบเรียงความคิดใหม่  สร้างโอกาสให้ตัวเอง  
อย่าปล่อยให้ตัวเองนั่งรอ  รออะไร?  เมื่อไหร่จะมา? เวลาสอนให้รู้ว่ามันจะไม่หยุดเดิน เหมือนเวลาที่คุณกำลังหยุดนั่ง.....

          มนุษย์เกิดมานี่ก็มีหลากหลายสายพันธุ์ แตกต่างกันไป 
ฉลาดมากฉลาดน้อย  บางคนเก่งมาก บางคนคิดว่าตัวเองโง่ด้อยโอกาสเลยไม่ทำอะไร
ฉันเคยคิดว่าโลกนี้ทำไมถึงไม่ยุติธรรม ทำไมต้องให้คนมีชนชั้น มีความจนความรวย
แตกต่างกันมากเหลือเกิน   บางทีถ้ามองย้อนไปตั้งแต่แรกเริ่ม มนุษย์ถ้ำ เป็นมาเหมือนกันเลย  
แต่จากนั้นที่ใครจะได้เป็นผู้นำ  ใครจะมีกินมากหรือน้อย  ใครจะรวยจะมีอำนาจมาก  
ก็ขึ้นอยู่ที่ความพยายามหรือความทะเยอทะยานของแต่ละคน 
ธรรมชาติให้เรามาเท่าๆกัน อยู่ที่เราจะใช้มันอย่างไร  
               
          แต่หลังๆเริ่มไม่เท่า  ประชากรมากขึ้น ทรัพยากรก็น้อยลงมากขึ้น  การเอาเปรียบเห็นแก่ตัวแก่งแย่งแข่งขันก็มากขึ้น  เพื่อความอยู่รอด  บางที่เจริญมากทรัพยากรหมดเร็วของทดแทนก็ผลิตไม่ทัน  ก็ไปเอาของที่อื่นมาเติมให้เต็ม นี่แหละคือการแย่งอย่างเห็นชัดเจน  พวกที่ถูกแย่งของมาก็ไม่มีใช้  เกิดความไม่สมดุลกันเข้าไปใหญ่  คนมีจะกินก็มีเหลือเฟือเหลือใช้ทิ้งขว้างกันสนุกสนาน  คนไม่มีข้าวจะกินนี่น่าสงสารบางทีข้าวจานเดียวต้องแบ่งกันทั้งบ้าน  เกิดอะไรขึ้น!

          ข้าพเจ้าว่าบางคนที่มีแล้วก็อยากมีอีก  เงิน อำนาจ ชื่อเสียง มันไม่พอ  ถามว่าใช้หมดมั้ยที่หามาได้  ไม่หมดหรอก  ตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะได้ใช้ถึงวันพรุ่งนี้มั้ย  แต่อยากได้อีก  บางคนมีมากมีเหลือแต่ก็มีทัศนคติที่ดี  มีแล้วแบ่งไปช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า  โอกาสน้อยกว่า เอาไปช่วยโลกเอาไปพัฒนาคืนธรรมชาติบ้าง 

          คือถ้าคนเราทุกคนรู้จักพอดีพอเพียงเมื่อถึงจุดๆนึงมันก็ดี  มีปัจจัย 4 แล้ว  ไม่เดือนร้อนแล้ว  อยู่กับธรรมชาติร่วมกันได้แบบไม่เบียดเบียนแล้ว  อยู่แบบพอดี  ช่วยตัวเองได้ไม่ลำบากคนอื่นดูแลตัวเองได้  ทำงานที่ชอบที่ถนัด  รู้จักการช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่นตอบสนองความต้องการของตัวเองได้เท่าที่ไม่ทำลายหรือทำให้คนอื่นต้องเดือนร้อนแค่นี้ก็ดีนะ

         แต่เป็นไปได้ยาก  ถ้าทุกคนมีความรู้จักพอดีพอเพียงในตัวเองกันหมด  หลายๆบริษัทคงไม่รู้จะพัฒนาสินค้าใหม่ๆรุ่นใหม่ๆไปขายให้ใคร  ไม่รู้จะทำลายธรรมชาติต่อยังไง  รถยนต์คนใช้น้อยลงหันมาปั่นจักรยานเยอะขึ้น  น้ำมันก็ขายไม่ดี  โลกมันก็จะไม่ร้อน  แอร์จะไม่ได้ขาย  อาหารกันบูดไม่ได้ใช้  โรงพยาบาลก็ไม่มีคนป่วย  ยาก็ขายไม่ดี  ธุรกิจแย่กันไปหมดถ้าคนทุกคนกลายเป็นแบบคนรู้จักพอ  

         
สำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตทุกด้านคือการมีทัศนคติที่ดี
บางคนมีแล้วรู้จักพอ...บางคนมีพอแล้วแต่ไม่หยุด
บางครั้งการพัฒนาก็มาพร้อมกับการทำลาย  ต้องทำอย่างไร ?




วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน ชายหญิงเท่าเทียมจริงหรือ

บทชีวิต ตอน ชายหญิงเท่าเทียมจริงหรือ โดย ผ้าอ้อม

              ในโลกนี้ ผู้ชายได้ถูกกำหนดให้มีร่างกายที่แข็งแรง  มีสัญชาติญาณการเป็นผู้ล่า  มีความเป็นผู้นำ ผู้คิด  ผู้สร้าง
ในสังคมไทยก็เช่นกัน  ตั้งแต่สมัยก่อนผู้ชายเป็นผู้ทำงานนอกบ้านหาเงิน  สร้างชื่อเสียง อำนาจ บารมี เพื่อปกป้องดูแลผู้หญิง ที่มีหน้าที่ดูแลบ้าน ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก เป็นแม่ศรีบ้านศรีเรือน

               เมื่อเวลาผ่านไป  ทุกสิ่งในโลกก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ผู้ชายบางส่วนกลายเป็นผู้หญิงและผู้หญิงก็พยายามจะเป็นผู้ชาย  เทคนิคการแพทย์เจริญก้าวไกลมาก  แทบจะทำอะไรก็ได้เปลี่ยนคนได้เปลี่ยนเพศเปลี่ยนหน้าทำได้หมด  ผู้ชายเริ่มทำงานบ้านเอง  ดูแลลูกช่วยกัน ผู้หญิงก็เริ่มมีบทบาทในสังคมนอกบ้านเยอะขึ้น  ออกมาทำงานหาเงินดูแลตัวเองได้  มีสิทธิมีเสียงมากขึ้น แต่ก็ยังมีมากที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากผู้ชาย  เช่น  สามีทำร้ายภรรยา คดีข่มขืน ทารุณ ต่างๆนานา ยิ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  กฎหมายแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย  

               ในประเทศไทยจริงๆแล้ว  มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี  มีองค์การช่วยเหลือกลุ่มเด็กและผู้หญิงที่ถูกทำร้าย  แต่ก็ไม่ทั่วถึง  เพราะฉันมองว่ากฏหมายในไทยไม่เข้มแข็งพอ  ข้าพเจ้าเห็นบ่อยมากในหอพักอาศัยห้องเช่าที่ข้าพเจ้าได้เคยอยู่มา  ส่วนมากเด็กมหาลัยหรือวัยรุ่นวัยทำงานที่มีแฟนแล้วอยู่ด้วยกัน เวลาทะเลาะก็ตบตีกันผู้หญิงก็ร้องให้ช่วยกันประจำ แรกๆก็มีคนช่วย  พอช่วยแล้วมันก็ไปดีกันอีก คราวนี้คนช่วยเลยกลายเป็นหมาหัวเน่าไปตามๆกัน  ตอนหลังร้องให้ช่วยอีกเลยไม่มีใครอยากไปยุ่ง ปล่อยตามชะตากรรมเลย บางทีคนช่วยมันก็เอือมระอาได้นะข้าพเจ้าว่า  ยิ่งบางทีกรณีที่  พอช่วยแล้วพาไปโรงพยาบาลหรือไปหาตำรวจแจ้งความลงบันทึกประจำวัน  ผู้ชายก็เสียเงินข้อหาทำร้ายร่างกายแค่นั้น  พอออกมามันก็มาดักทำร้ายฝ่ายหญิงอีก  ไอ้ที่ขู่ฆ่าก็มีเยอะไป  แบบนี้ชีวิตต้องอยู่บนความหวาดระแวงกันไปตลอดเลย  ยิ่งกฎหมายไม่มีการสั่งห้ามการเข้าใกล้กันนี่ยิ่งอันตราย  เพราะข่าวออกมาเยอะนะ  บางทีผู้หญิงเลิกจริงแต่อีกด้านไม่ยอมเลิกนี่ก็ราวีกันไปถึงบ้านถึงที่ทำงานที่เรียนกันเลยทีเดียว  น่ากลัวมาก ข่าวที่ออกมาว่าฝ่ายชายง้อไม่สำเร็จ  เอาน้ำมันราดตัวแฟนสาวเผาซะเลยหรือที่ไปบ้านฝ่ายหญิงแล้วง้อไม่สำเร็จเหมือนกันทีนี้ยิงยกครัวฝ่ายหญิงกันเลยทีเดียว 

              เราว่ากฎหมายที่เข้มงวดสำคัญมาก คนเรามีสิทธิในตัวเองมีเสรีภาพเป็นของตัวเอง  แต่ไม่มีสิทธิไปทำร้ายผู้อื่นได้  มันไม่ถูกต้อง  สิทธิและความคิดมันเป็นของใครของมัน  ถ้าให้ดีเรื่องของจิตใต้สำนึกนี่ควรสอนและปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กๆเลย  แต่บ้านเมืองเรานี่ก็ยากเพราะยังอยู่ในระบบเงินเป็นใหญ่  เงินมาอะไรก็ถูก  คนดีๆเหลืออีกเท่าไหร่ไม่รู็  แต่ที่รู้คือ ใครมีเงินมีอำนาจมีเส้นมีสายคนนั้นถูกหมด  ไม่ถูกก็หาทางเลี่ยงไปเลี่ยงมาจนได้  ส่วนคนจนในบ้านเราจะมีอะไร  ถูกก็กลายเป็นผิดได้ทุกเมื่อ  ยิ่งการศึกษาน้อยเงินไม่มีพูดอะไรไปคนเขาก็ไม่อยากฟังนัก  บางทีต้องตกเป็นแพะรับบาปไปก็เยอะ
               
              เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราเอาอารมณ์มาเหนือเหตุผล  ทุกอย่างแย่แน่ๆ  ข้าพเจ้าอ่านข่าวแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้  อยากเอาชนะหรือ?ต้องการอะไร  หรือเขาคิดไม่ออกว่าวันนี้เลิกกันไปก็ดีแสดงว่าไม่ใช่คู่เรา  ดีเสียอีกมีโอกาสได้เจอคนใหม่ๆอาจจะดีกว่าเป็นหลายเท่า  ข้าพเจ้าเชื่อนะว่าเวลาคนหมดใจเอาช้างเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่  แต่คนจะอยู่เนี่ยไล่ยังไงก็ไม่ไป  อยู่กับคนที่เต็มใจอยู่ด้วยกันดีกว่า  อย่าฝืนใจใครเลยพาลไม่มีความสุขกันทั้งคู่ (พูดง่ายแต่ทำยาข้าพเจ้ารู้แต่มันคือเรื่องจริง!)

            หลายประเทศในโลกก็มีที่เขาให้สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกัน  ช่วยกันดูแลลูก  ช่วยกันทำงานบ้าน  ช่วยกันจ่าย  ไม่เอาเปรียบกัน  กรณีฝ่ายชายจะทำร้ายผู้หญิงในประเทศนี่ผู้ชายต้องคิดหนักเลยนะ  เพราะมันเป็นการละเมิดสิทธิ  ทำไปแล้วถูกจับนี่หมดอนาคตกันพอดีแถมถ้าบ้านไหนแต่งงานแล้วสามีทำร้ายภรรยานี่  อาจจะต้องขึ้นศาลหย่าร้างกันเลยทีเดียว  นี่แหละเมื่อไหร่ที่กฏหมายไทยสามารถเข้มแข็งได้เท่านี้  มันจะดีมากเวลาคนจะทำอะไรมันจะได้คิดได้มีสติก่อน  ไม่ใช่เผลอๆอารมณ์มาล้วนๆจะตีจะฆ่าทำได้เลย  มันดูเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนกันเกินไป  
          
           ประชากรยิ่งมากขึ้น  กฎหมายก็ยิ่งควรรัดกุมและแข็งแรงขึ้น  บ้านเมืองจะได้อยู่ในระเบียบ

           นำเอาสิ่งที่ดีที่พัฒนาของประเทศอื่นมาเป็นตัวอย่าง  สิ่งที่เรามีดีอยู่แล้วในประเทศก็ดำรงคุณค่ามันไว้ 

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน มีกรรมหรือพันธุกรรมเป็นเหตุ

บทชีวิต ตอน มีกรรมหรือพันธุกรรมเป็นเหตุ โดย ผ้าอ้อม

                    เมื่อเด็กเกิดมา  ไม่ครบ 32 ประการ หรือมีโรคชนิดใดชนิดหนึ่งติดมาด้วยตอนเกิด 
คนเราก็จะคิดไปหลายทาง เช่น

เรื่องของวิทยาศาสตร์  
เมื่อร่างกายลูกไม่สมประกอบหรือเป็นโรคใดๆ  สาเหตุอาจจะเป็นเพราะพ่อแม่ที่อาจจะมียีนต์ด้อยแฝงในร่างกาย  ทำให้เกิดปัญหาที่ลูก เช่น ตาของเพื่อนข้าพเจ้าเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ยายเป็นเบาหวาน พออสุจิมาผสมไข่  ลูกๆของตารับโรคของตามาด้วยทุกคน  พอมารุ่นหลานกลับไม่เป็นอะไรเลยแบบนี้เรียกยีนต์แฝง  อาจจะไปเกิดในรุ่นต่อไป  

อีกสาเหตุที่เด็กจะไม่สมประกอบ  อาจจะช่วงเวลาที่เด็กอยู่ในท้อง ระหว่าง9เดือนนั้น แม่ได้รับสารอาหารหรือยาบางอย่างที่อาจะไปหยุดหรือกระทบการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์  ซึ่งสารอาหารจากมารดานั้นสำคัญมาก คนใกล้ตัวฉันเอง บอกฉันว่า ก่อนที่เธอจะตั้งท้องได้ฉีดสารเร่งผิวขาวเป็นประจำทุกเดือน  หลังจากที่เธอท้องช่วงแรกก็ยังฉีด  เธอว่ามาแบบนั้น หลังจากที่เธอคลอด  ลูกของเธอออกมาพิการที่แขนและขา  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบแน่นอนว่าเป็นเพราะยาที่ฉีดเข้าไปหรือไม่

เรื่องของกรรม
เด็กบางคนเกิดมามีปัญหา  ถ้าบ้านมีฐานะดีก็ให้หมอช่วยเสริมเติมแต่งให้ได้ ถ้าจนก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป และสิ่งที่พวกเขาส่วนมากยอมรับกันก็เรื่องของกรรม พ่อแม่เคยทำอะไรไว้ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ผิดศีล5 อะไรที่เคยทำพอถึงเวลาลูกเลยต้องรับกรรมแทน มีเพื่อนฉันหลายคนเป็นผู้ชายเจ้าชู้  พอจะมีลูกก็กลัวว่าลูกจะออกมาเป็นผู้หญิง กลัวว่าลูกจะมารับกรรมที่ตัวเองเคยทำไว้กับผู้หญิง คิดกันไปต่างๆนานา ถึงว่าทำไมพวกผู้ชายบางบ้านมักจะหวงลูกสาวกันจัง  แต่จริงๆแล้วฉันว่า ทุกคนมีกรรม ของใครก็ของมัน เกิดมาก็มีกรรมแล้วกรรมดีกรรมไม่ดีติดตัวมา  บางคนที่ฉันเห็นเขาก็โทษแต่ว่าตัวเองมีกรรม...มีกรรม ต้องก้มหน้ายอมรับกรรม 

แต่ข้าพเจ้าอดพูดไม่ได้ว่า แล้วทำไมต้องยอมรับมัน ทำไมไม่ทำให้ดีขึ้น คนที่มีร่างกายครบ 32 นั้นโชคดีมากนะ  ขนาดคนที่มีไม่ครบบ้างเป็นใบ้ตาบอดหูหนวก มือไม่มีแขนขาไม่มี เขายังสู้ ข้าพเจ้าว่าสมองกับหัวใจนั้นสำคัญมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้คนเราได้คิดได้ทำอะไรที่อยากทำ  อย่าปล่อยให้ชะตากรรมมาควบคุมชีวิตเรา  เราต้องควบคุมชีวิตเราด้วยตัวของเราเองในเวลาที่เรายังมีลมหายใจอยู่ จงคิดให้ดี ทำให้ดี