วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทชีวิต ตอน ชายหญิงเท่าเทียมจริงหรือ

บทชีวิต ตอน ชายหญิงเท่าเทียมจริงหรือ โดย ผ้าอ้อม

              ในโลกนี้ ผู้ชายได้ถูกกำหนดให้มีร่างกายที่แข็งแรง  มีสัญชาติญาณการเป็นผู้ล่า  มีความเป็นผู้นำ ผู้คิด  ผู้สร้าง
ในสังคมไทยก็เช่นกัน  ตั้งแต่สมัยก่อนผู้ชายเป็นผู้ทำงานนอกบ้านหาเงิน  สร้างชื่อเสียง อำนาจ บารมี เพื่อปกป้องดูแลผู้หญิง ที่มีหน้าที่ดูแลบ้าน ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก เป็นแม่ศรีบ้านศรีเรือน

               เมื่อเวลาผ่านไป  ทุกสิ่งในโลกก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ผู้ชายบางส่วนกลายเป็นผู้หญิงและผู้หญิงก็พยายามจะเป็นผู้ชาย  เทคนิคการแพทย์เจริญก้าวไกลมาก  แทบจะทำอะไรก็ได้เปลี่ยนคนได้เปลี่ยนเพศเปลี่ยนหน้าทำได้หมด  ผู้ชายเริ่มทำงานบ้านเอง  ดูแลลูกช่วยกัน ผู้หญิงก็เริ่มมีบทบาทในสังคมนอกบ้านเยอะขึ้น  ออกมาทำงานหาเงินดูแลตัวเองได้  มีสิทธิมีเสียงมากขึ้น แต่ก็ยังมีมากที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากผู้ชาย  เช่น  สามีทำร้ายภรรยา คดีข่มขืน ทารุณ ต่างๆนานา ยิ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  กฎหมายแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย  

               ในประเทศไทยจริงๆแล้ว  มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี  มีองค์การช่วยเหลือกลุ่มเด็กและผู้หญิงที่ถูกทำร้าย  แต่ก็ไม่ทั่วถึง  เพราะฉันมองว่ากฏหมายในไทยไม่เข้มแข็งพอ  ข้าพเจ้าเห็นบ่อยมากในหอพักอาศัยห้องเช่าที่ข้าพเจ้าได้เคยอยู่มา  ส่วนมากเด็กมหาลัยหรือวัยรุ่นวัยทำงานที่มีแฟนแล้วอยู่ด้วยกัน เวลาทะเลาะก็ตบตีกันผู้หญิงก็ร้องให้ช่วยกันประจำ แรกๆก็มีคนช่วย  พอช่วยแล้วมันก็ไปดีกันอีก คราวนี้คนช่วยเลยกลายเป็นหมาหัวเน่าไปตามๆกัน  ตอนหลังร้องให้ช่วยอีกเลยไม่มีใครอยากไปยุ่ง ปล่อยตามชะตากรรมเลย บางทีคนช่วยมันก็เอือมระอาได้นะข้าพเจ้าว่า  ยิ่งบางทีกรณีที่  พอช่วยแล้วพาไปโรงพยาบาลหรือไปหาตำรวจแจ้งความลงบันทึกประจำวัน  ผู้ชายก็เสียเงินข้อหาทำร้ายร่างกายแค่นั้น  พอออกมามันก็มาดักทำร้ายฝ่ายหญิงอีก  ไอ้ที่ขู่ฆ่าก็มีเยอะไป  แบบนี้ชีวิตต้องอยู่บนความหวาดระแวงกันไปตลอดเลย  ยิ่งกฎหมายไม่มีการสั่งห้ามการเข้าใกล้กันนี่ยิ่งอันตราย  เพราะข่าวออกมาเยอะนะ  บางทีผู้หญิงเลิกจริงแต่อีกด้านไม่ยอมเลิกนี่ก็ราวีกันไปถึงบ้านถึงที่ทำงานที่เรียนกันเลยทีเดียว  น่ากลัวมาก ข่าวที่ออกมาว่าฝ่ายชายง้อไม่สำเร็จ  เอาน้ำมันราดตัวแฟนสาวเผาซะเลยหรือที่ไปบ้านฝ่ายหญิงแล้วง้อไม่สำเร็จเหมือนกันทีนี้ยิงยกครัวฝ่ายหญิงกันเลยทีเดียว 

              เราว่ากฎหมายที่เข้มงวดสำคัญมาก คนเรามีสิทธิในตัวเองมีเสรีภาพเป็นของตัวเอง  แต่ไม่มีสิทธิไปทำร้ายผู้อื่นได้  มันไม่ถูกต้อง  สิทธิและความคิดมันเป็นของใครของมัน  ถ้าให้ดีเรื่องของจิตใต้สำนึกนี่ควรสอนและปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กๆเลย  แต่บ้านเมืองเรานี่ก็ยากเพราะยังอยู่ในระบบเงินเป็นใหญ่  เงินมาอะไรก็ถูก  คนดีๆเหลืออีกเท่าไหร่ไม่รู็  แต่ที่รู้คือ ใครมีเงินมีอำนาจมีเส้นมีสายคนนั้นถูกหมด  ไม่ถูกก็หาทางเลี่ยงไปเลี่ยงมาจนได้  ส่วนคนจนในบ้านเราจะมีอะไร  ถูกก็กลายเป็นผิดได้ทุกเมื่อ  ยิ่งการศึกษาน้อยเงินไม่มีพูดอะไรไปคนเขาก็ไม่อยากฟังนัก  บางทีต้องตกเป็นแพะรับบาปไปก็เยอะ
               
              เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราเอาอารมณ์มาเหนือเหตุผล  ทุกอย่างแย่แน่ๆ  ข้าพเจ้าอ่านข่าวแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้  อยากเอาชนะหรือ?ต้องการอะไร  หรือเขาคิดไม่ออกว่าวันนี้เลิกกันไปก็ดีแสดงว่าไม่ใช่คู่เรา  ดีเสียอีกมีโอกาสได้เจอคนใหม่ๆอาจจะดีกว่าเป็นหลายเท่า  ข้าพเจ้าเชื่อนะว่าเวลาคนหมดใจเอาช้างเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่  แต่คนจะอยู่เนี่ยไล่ยังไงก็ไม่ไป  อยู่กับคนที่เต็มใจอยู่ด้วยกันดีกว่า  อย่าฝืนใจใครเลยพาลไม่มีความสุขกันทั้งคู่ (พูดง่ายแต่ทำยาข้าพเจ้ารู้แต่มันคือเรื่องจริง!)

            หลายประเทศในโลกก็มีที่เขาให้สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกัน  ช่วยกันดูแลลูก  ช่วยกันทำงานบ้าน  ช่วยกันจ่าย  ไม่เอาเปรียบกัน  กรณีฝ่ายชายจะทำร้ายผู้หญิงในประเทศนี่ผู้ชายต้องคิดหนักเลยนะ  เพราะมันเป็นการละเมิดสิทธิ  ทำไปแล้วถูกจับนี่หมดอนาคตกันพอดีแถมถ้าบ้านไหนแต่งงานแล้วสามีทำร้ายภรรยานี่  อาจจะต้องขึ้นศาลหย่าร้างกันเลยทีเดียว  นี่แหละเมื่อไหร่ที่กฏหมายไทยสามารถเข้มแข็งได้เท่านี้  มันจะดีมากเวลาคนจะทำอะไรมันจะได้คิดได้มีสติก่อน  ไม่ใช่เผลอๆอารมณ์มาล้วนๆจะตีจะฆ่าทำได้เลย  มันดูเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนกันเกินไป  
          
           ประชากรยิ่งมากขึ้น  กฎหมายก็ยิ่งควรรัดกุมและแข็งแรงขึ้น  บ้านเมืองจะได้อยู่ในระเบียบ

           นำเอาสิ่งที่ดีที่พัฒนาของประเทศอื่นมาเป็นตัวอย่าง  สิ่งที่เรามีดีอยู่แล้วในประเทศก็ดำรงคุณค่ามันไว้ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น